ลำดับเหตุการณ์ที่ตึก World trade center ในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001

ลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001

เวลา 08.46 น. โนแรด สั่งให้เครื่องบินขับไล่เอฟ 15 (F15) 2 ลําซึ่งประจําอยู่ที่กองป้องกันภัยทางอากาศโอติส (Otis Air National Guard Base) ในแมสซาชูเซตต์ส ออกค้นหาเที่ยวบินที่ 11 และทําการสกัดเสีย แต่กว่าเครื่องบินจะขึ้นบินได้ก็ต้องเสียเวลาไปอีกนานหลายนาที ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็สายเกินไปเสียแล้ว เนื่องจากเที่ยวบินที่ 11 ได้พุ่งเข้าชนอาคารด้านทิศเหนือ 1 ใน 2 ของอาคารเวิร์ลด เทรด เซ็นเตอร์ (World Trade Center) แล้ว

วามเร็วของเครื่องบินขณะพุ่งเข้าชนนั้นมีการคํานวณว่าอยู่ที่ประมาณ 270 ไมล์ (435 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง น้ำมันเชื้อเพลิงจํานวน 10,000 แกลลอนบนเครื่องบินมีอานุภาพทําให้เครื่องบินทั้งลํากลายเป็นลูกระเบิดขนาดใหญ่ไปในทันทีที่พุ่งชนตัวอาคาร จนทําให้ทั่วทั้งชั้นที่ถูกพุ่งชนเกิดเพลิงเผาไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงลามเลียไปถึงชั้นอื่นๆในทันที

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเที่ยวบินที่ 175 ที่ขาดการติดต่อไปก็เริ่มส่งสัญญาณผิดปกติขึ้นบนจอเรดาร์ โดยได้มีการเปลี่ยนเส้นทางจากที่ควรมุ่งลงใต้ไปทางเมืองบัลติมอร์ตามเส้นทางปกติกลับ บ่ายหน้าขึ้นมาทางทิศเหนือมุ่งตรงไปยังนิวยอร์กแทน และภายหลังจากเกิดการชนของเที่ยวบินที่ 11 ขึ้นแล้ว สหพันธ์บริหารการบิน (Federal Aviation Administration) หรือ เอฟเอเอ (FAA) ก็ได้รายงานไปที่หน่วยสืบราชการลับแห่งสหรัฐฯ (United States Secret Service) ในทันที และ นาที่เดียวกันนั้นก็มีคําสั่งให้เครื่องบินขับไล่แบบเอฟ 16 (E16) ซึ่งประจําอยู่ที่ฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส (Andrews Air Force Base) ขึ้นทําการบินลาดตระเวนเพื่อค้นหาเที่ยวบินอื่นๆ

จากนั้นไม่นานหอควบคุมการบินดัลเลสก็พบความผิดปกติเกิดขึ้นกับเส้นทางการบินของเที่ยวบินที่ 77 อีกลําหนึ่ง ซึ่งบินออกนอกเส้นทางแล้วยังบินวนกลับไปกลับมาอยู่ประมาณ 5 นาทีแบบส่อพิรุธภายหลังจากการพุ่งชนของเที่ยวบินที่ 11 แล้ว และในเวลาเดียวเช่นกันผู้บังคับการของโนแรด นาวาเอก ไมเคิล เอช. เจลลิเนค (Michael H. Jellinek) ก็ต่อสายรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไปยังศูนย์บัญชาการทหารแห่งชาติ (National Military Command Center) ซึ่งตั้งอยู่ที่เพนตากอน (Pentagon) โดยมีประธานาธิบดีบุชร่วมฟังอยู่ในสายด้วย

เวลา 08.48 น. ข่าวเที่ยวบินที่ 11 ของ อเมริกัน แอร์ไลน์ส ซึ่งพุ่งชนอาคารเวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์ จึงเริ่มถูกถ่ายทอดสดออกทั้งทางทีวีและวิทยุเป็นครั้งแรก โดยยังคงไม่มีการแถลงข่าวใดๆออกจากหน่วยราชการ

เวลา 08.50 น. สัญญาณติดต่อครั้งสุดท้ายจากเที่ยวบินที่ 77 ได้ขาดหายไป ซึ่งการพูดคุยครั้งสุดท้ายระหว่างหอบังคับการกับนักบินนั้นก็คือการที่นักบินได้ขอเคลียร์เส้นทางเพื่อจะไต่ระดับเพดานบินให้สูงขึ้นแล้วเสียงก็ขาดหายไป ทางหอบังคับการบินจึงเริ่มสงสัยแล้วในตอนนั้นว่าน่าจะเกิดเหตุอะไรบางอย่างที่ผิดปกติบนเที่ยวบินที่ 77 แล้ว โดยสันนิษฐานว่านักบินน่าจะกําลัง พยายามหาทางแก้ปัญหานี้อยู่ หรือไม่ผู้ควบคุมเครื่องบินในเวลานั้นอาจไม่ใช่ตัวนักบินเองก็เป็นได้

เวลา 08.52 น. เครื่องบินขับไล่เอฟ 15 สองลําซึ่งได้รับคําสั่งให้ออกค้นหาเที่ยวบินที่ 11 เพิ่งจะเริ่มขึ้นบินล่าช้าออกไปนานถึง 7 นาทีนับจากได้รับคําสั่ง และกว่าที่จะบินไปถึงนิวยอร์กได้ก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาที เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่าเหตุใดจึงเกิดความล่าช้าอย่างมากเช่นนี้ทั้งที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งในการซักซ้อมเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ละครั้งนั้นจะใช้เวลาในการบินเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็สามารถบินไปถึงนิวยอร์กแล้ว

เวลา 08.55 น. เที่ยวบินที่ 77 ตีวงกลับมุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐเคนตักกี แล้วบ่ายหน้าตรงไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี จากนั้นก็หายไปจากจอเรดาร์ในทันที คล้ายกับมันระเบิดหรือตกลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทางหอบังคับการบินจึงแจ้งเหตุการณ์นี้ไปให้โนแรดทราบในทันที

เวลา 09.00 น. มีเสียงเตือนภัยเกิดขึ้นที่อาคารเพนตากอน ให้มีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

เวลา 09.03 น. เที่ยวบินที่ 175 ของ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ได้พุ่งเข้าชนอาคารทางด้านทิศใต้ของอาคารแฝดเวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์อีกอาคารหนึ่ง จนเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับครั้งแรก กระทั่งภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแล้ว ทาง เอฟเอเอ จึงได้ออกคําสั่งให้ปิดสนามบินทุกแห่งในนิวยอร์กและบริเวณใกล้เคียงลงทั้งหมดในทันที

เวลา 09.09 น. โนแรด ได้สั่งให้ฐานทัพอากาศแลงลีย์ (Langley Air Force Base) ในเวอร์จิเนีย เปิดสัญญาณฉุกเฉินให้ทุกหน่วยเตรียมรับสถานการณ์สงคราม แต่ก็ยังไม่มีคําสั่งให้นําเครื่องบินขับไล่ลําใดขึ้นบิน

เวลา 09.16 น. เอฟเอเอ ได้แจ้งไปถึง โนแรด ให้ทราบว่าเที่ยวบินที่ 93 ของ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส อาจถูกจี้ไปอีกลําหนึ่งแล้ว

เวลา 09.21 น. มีคําสั่งให้ปิดสะพานและอุโมงค์ทุกแห่งที่มุ่งหน้าเข้าสู่นิวยอร์กในทันที

เวลา 09.27 น. ในขณะที่เที่ยวบินที่ 93 บินอยู่เหนือคลีฟแลนด์นั้นได้มีการพูดโต้ตอบกันระหว่างเที่ยวบินที่ 93 กับหอควบคุมคลีฟแลนด์อยู่ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งหอควบคุมการบินมั่นใจว่าเที่ยวบินที่ 93 ต้องถูกจี้อย่างแน่นอนแล้วในเวลานั้น เพราะได้ยินเสียงของใครบางคนภายในห้องนักบินร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ ตามด้วยเสียงของกัปตันออกคําสั่งด้วยเสียงอันดังว่า “ออกไปจากที่นี่” แล้วยังได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นเสียงของสลัดอากาศที่ขู่ว่าจะระเบิดเครื่องบินทิ้ง และออกคําสั่งให้นักบินนําเครื่องบินวกกลับไปที่สนามบิน จากนั้นสัญญาณบนจอเรดาร์ที่หอควบคุมก็ปรากฏให้เห็นการกลับลําของเที่ยวบินที่ 93 ย้อนกลับมาทางทิศตะวันออกอีกครั้งหนึ่ง

เวลา 09.30 น. มีการแจ้งจากหอควบคุมการบินในวอชิงตัน ดีซี ว่า เที่ยวบินที่ 77 ซึ่งถูกแจ้งว่าหายไปจากจอเรดาร์นั้น ขณะนี้กําลังมุ่งหน้ามาที่ วอชิงตัน ดีซี โดยไม่ทราบจุดหมายปลายทาง

เวลา 09.00 น. เที่ยวบินที่ 77 ได้ดั่งหัวลง แล้วพุ่งเข้าชนตรงบริเวณด้านทิศตะวันตกของอาคาร เพนตากอน พนักงานดับเพลิงชื่อ อลัน วอลเลซ (Alan Wallace) ซึ่งเดินอยู่บริเวณนอกอาคารในขณะที่เครื่องบินพุ่งชนเล่าให้ฟังว่า เขาเห็นเครื่องบินพุ่งดิ่งลงมาข้ามศีรษะไปแล้วเข้าชนตัวอาคารอย่างรวดเร็วในระดับความสูงประมาณ 25 ฟุตนับจากพื้นดินจนเสียงดังสนั่น

ซึ่งในขณะที่เครื่องบินพุ่งเข้าชนนั้นรัฐมนตรีกลาโหม โดนัลด์ รัมสเฟลด์ (Donald Rumsfeld) ก็นั่งทํางานอยู่ในอาคารนั้นด้วย แต่ห้องทํางานของเขาตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของอาคารซึ่งห่างไกลจุดเกิดเหตุมาก สําหรับบริเวณที่ถูกชนนั้นเป็นส่วนที่มีการต่อเติมห้องทํางานขึ้นใหม่ไม่นาน จึงยังไม่มีคนเข้าไปนั่งทํางานอยู่ตรงบริเวณนั้นแต่อย่างใด

เวลา 09.45 น. ได้มีการประกาศให้อพยพเจ้าหน้าที่ออกจากทําเนียบขาวทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย โดยที่รองประธานาธิบดี ดิค เชนีย์ (Dick Cheney) ก็นั่งทํางานอยู่ที่ทําเนียบขาวในเวลานั้นด้วย คําสั่งอพยพนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่เที่ยวบินที่ 77 ได้พุ่งเข้าชนอาคารเพนตากอน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทําเนียบขาวออกไปทางทิศเหนือไม่ไกลนักแล้ว และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เอฟเอเอ ก็ประกาศให้เที่ยวบินทั้งหมดทั่วประเทศหยุดการบินและสั่งปิดสนามบินทุกแห่งในทันที

เวลา 09.55 น. ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ยกเลิกภารกิจการเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลที่รัฐฟลอริดาแล้วเดินทางกลับวอชิงตัน ดีซี ในทันที และในระหว่างที่กําลังเดินทางกลับนั้น เขาได้สั่งการจากเครื่องแอร์ฟอร์ซ วัน (Airforce One) ถึงรองประธานาธิบดี ดิค เชนีย์ ว่าให้ติดต่อไปยังกระทรวงกลาโหมใช้คําสั่งพิเศษให้สามารถยิงเครื่องบินทุกลําที่ไม่สามารถติดต่อหรือควบคุมได้ในทันทีถ้าหากจําเป็น และในเวลาเดียวกันนั้นก็มีคําสั่งให้เครื่องบินขับไล่ทุกลําที่บินอยู่ให้เข้าทําการคุ้มกันเครื่อง แอร์ฟอร์ซ วัน ด้วย

เวลา 09.59 น. อาคารเวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์ด้านทิศใต้ที่ถูกพุ่งชนโดยเที่ยวบินที่ 175 ได้พังถล่มลงมาทั้งอาคารกลายเป็นเศษเหล็กเศษปูนกองอยู่เบื้องล่างจนหมดสิ้น ทําให้เกิดฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณนั้น

เวลา 10.03 น. ได้มีรายงานข่าวแจ้งว่าเครื่องบินสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ 93 ตกที่เขตชายป่าของแชงค์สวิลล์ เพนน์ซิลเวเนีย

เวลา 10.04 น. อาคารเพนตากอน ด้านที่ถูกชนเริ่มพังถล่มลงมา

เวลา 10.22 น. อาคารเวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์ทางด้านทิศเหนือซึ่งถูกเที่ยวบินที่ 11 พุ่งชนได้ถล่มลงมาทั้งอาคารอีกอาคารหนึ่งเช่นเดียวกับอาคารด้านทิศใต้ที่ถล่มลงก่อนหน้านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นลําดับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งหายนะของเหตุวินาศกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก โดยสรุปจากรายงานข่าวตามสื่อต่างๆทั้งที่เสนอทางทีวีและหนังสือพิมพ์ในวันที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น จนถึงภายหลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้ว 1-2 วัน ซึ่งจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครลืมภาพอันชวนสลดซึ่งเกิดขึ้นในวันนั้นได้ที่คนทั้งโลกหลายล้านคนได้รับชมการถ่ายทอดภาพสดๆของโศกนาฏกรรมครั้งนั้นทางทีวีช่องต่างๆแบบเกาะติดไปตลอดทั้งวันพร้อมๆกัน

ไม่ว่าจะเป็นภาพของเครื่องบินเที่ยวบินที่ 175 ในขณะพุ่งเข้าชนอาคารเวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์อาคารหลังที่สอง (ภาพเที่ยวบินที่ 11 ซึ่งพุ่งชนอาคารหลังแรกนั้นยังไม่มีใครได้เห็นในช่วงเวลานั้น เพราะช่างภาพและผู้สื่อข่าวยังไม่ได้ภาพในขณะนั้น กระทั่งภายหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายวันแล้วนั่นเอง จึงเริ่มมีการรวบรวมภาพเครื่องบินชนอาคารหลังแรกออกมาเผยแพร่ให้ได้เห็นกัน)

ภาพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งติดค้างบนอาคารต่างพยายามโบกมือร้องขอความช่วยเหลือ สลับไปกับภาพของหลายๆคนที่ไม่อาจจะควบคุมอารมณ์จากอาการหวาดกลัวอย่างสุดขีดได้ จึงตัดสินใจกระโดดลงมาเบื้องล่างเป็นระยะๆ และยังติดตามมาด้วยภาพของอาคารเวิร์ลดเทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งทรุดถล่มลงราบกับพื้นทีละอาคาร โดยที่ยังมีผู้เคราะห์ร้ายรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้คนซึ่งติดอยู่ในตัวอาคารจํานวนมากก็ยังคงอยู่ในอาคารหลังนั้น และผู้คนในบริเวณนั้นที่ต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากซากอาคารที่กําลังถล่มลงมา (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet