ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ลับระหว่างประธานาธิบดีคลินตันกับลิววินสกี ตอนที่ 1

ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ลับๆระหว่างประธานาธิบดีคลินตันกับลิววินสกี

สาเหตุที่เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตขึ้นมาก็เนื่องจาก เมื่อทั้ง คลินตัน และ ลิววินสกี ต่างก็ปฏิเสธเรื่องนี้อย่างแข็งขันทั้งคู่ ผู้ที่ตกเป็นจําเลยสังคมซึ่งต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะก็คือ ลินดา ทริปป์ นั่นเอง เธอจึงต้องนําเรื่องนี้ออกมาเดินสายแฉตามสื่อต่างๆเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ทริปป์ก็ไม่ได้ไปหาแคมป์เบลล์ ทนายของ พอลา โจนส์ แต่อย่างใด กลับวิ่งไปหา เคนเน็ธ สตาร์ร ที่เธอทราบว่ากําลังพยายามเอาผิดในคดีใหญ่ของประธานาธิบดีคลินตันอยู่อย่างไม่ปล่อย จึงหอบหลักฐานทั้งหมดไปมอบให้สตาร์ร และเมื่อสตาร์รได้หลักฐานทั้งหมดมาอยู่ในมือแล้ว จึงได้ตรวจสอบอย่างละเอียดจนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นอย่างแน่นอน และเริ่มต้นวางแผนจับโกหกประธานาธิบดีคลินตัน เพื่อนํามาตีแผ่ให้โลกได้รับทราบ

ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ลับๆระหว่างประธานาธิบดีคลินตันกับลิววินสกี

ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ลับๆระหว่างประธานาธิบดีคลินตันกับลิววินสกี

สําหรับต้นสายปลายเหตุของกรณีชู้สาวอื้อฉาวระหว่างประธานาธิบดีคลินตัน กับโมนิกา ลิววินสกี จนกระทั่งนําไปสู่การถอดถอนคลินตันออกจากตําแหน่งประธานาธิบดีครั้งนั้น เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 กระทั่งเริ่มแดงขึ้นในปี ค.ศ. 1997 และนําไปสู่กระบวนการถอดถอนในปี ค.ศ. 1998 จนไปสิ้นสุดกระบวนการลงใน ปี ค.ศ. 1999 สื่อมวลชนทุกแห่งต่างก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้จนมีการแข่งขันกันทําข่าว พยายามหาแง่มุมต่างๆออกมานําเสนอกัน เนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับบุคคลระดับสูงสุดของประเทศในเวลานั้น

เหตุการณ์ทั้งหมดต่อไปนี้เก็บความมาจากสื่อมวลชนต่างๆที่มีการขุดขึ้นมานําเสนอกันในช่วงเวลานั้น โดยมีข้อมูลบางส่วนที่ได้มาจากรายงานของ เคนเน็ธ สตาร์ร ซึ่งส่งให้กับรัฐสภาสหรัฐฯพิจารณาเพื่อการถอดถอนคลินตันออกจากตําแหน่งประธานาธิบดีในฐานความผิดขาดซึ่งจริยธรรมและประพฤติตนไม่เหมาะสมที่สื่อต่างๆได้มีการนําข้อมูลนี้มาเปิดเผยกันในช่วงเวลานั้นด้วย

โมนิกา ลิววินสกี สําเร็จการศึกษาจาก ลิววิส แอนด์ คลาร์ค คอลเลจ (Lewis and Clark College) ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1995 เธอได้สมัครเข้าทํางานเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานในทําเนียบขาวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง กระทั่งถึงเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันเธอก็ได้รับการบรรจุเข้าเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนประจําในทีมงานบริหารทําเนียบขาวของ ลีออน พาเน็ตตา (Leon Panetta) โดยหน้าที่หลักของเธอนั้นคือเป็นผู้จัดการกับจดหมายกองใหญ่ซึ่งถูกส่งมาที่ทําเนียบขาวทุกวัน แล้วแยกแยะความสําคัญก่อนที่จะรวบรวมเข้าไปให้กับประธานาธิบดีในห้องทํางาน 

ความสัมพันธ์ระหว่างคลินตันกับลิววินสกี เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 หลังเลิกงานวันนั้นที่ออฟฟิศของทีมงานบริหารทําเนียบขาวมีการจัดเลี้ยงวันเกิดให้กับเจ้าหน้าที่ทําเนียบขาวผู้หนึ่ง ซึ่งมีประธานาธิบดีคลินตันเข้าร่วมในงานนั้นด้วย และในวันนั้นเองที่สายสัมพันธ์ระหว่าง คลินตันกับลิววินสกีก็ได้เริ่มหยั่งรากลงไปในดินของทําเนียบขาว ในงานเลี้ยงวันนั้นคลินตันอดใจที่จะลอบมองเรือนร่างอันเย้ายวนของลิววินสกีไม่ได้ ซึ่งลิววินสกีก็อาจจงใจที่จะดึงชายเสื้อแจ็คเก็ตของเธอขึ้นเพื่อเผยให้เห็นสายรั้งชุดชั้นในของเธอเช่นกัน

นาทีต่อจากนั้นคลินตันก็ชักชวนเธอให้ไปที่ห้องทํางานส่วนตัวของเขา นั่นคือครั้งแรกที่ทั้งสองเริ่มมีความสัมพันธ์กัน และหลังจากนั้นอีกเพียง 2 วันทั้งสองก็ได้แอบพบกันอีก เหตุการณ์วันนั้นถูกเปิดเผยขึ้นจากเทปบันทึกการสนทนาระหว่างลิววินสกี กับ ลินดา ทริปป์ ที่เธอมอบให้กับ เคนเน็ธ สตาร์ร ซึ่งลิววินสกียังเล่าให้เธอฟังในภายหลังอีกด้วยว่า คลินตันประกอบกิจกรรมกับเธอในขณะที่เขากําลังคุยโทรศัพท์อยู่กับวุฒิสมาชิกคนหนึ่งของพรรครีพับลิกัน ชื่อ ซันนี คัลลาแฮน (Sonny Callahan)

และนับจากเริ่มมีความสัมพันธ์ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ความลึกซึ้งระหว่างทั้งสองจึงเริ่มรัดเกลียวยิ่งขึ้น ทั้งสองได้ผลัดกันมอบของขวัญให้แก่กัน ลิววินสกีมอบของขวัญชิ้นแรกในจํานวนทั้งสิ้น 30 ชิ้นที่เธอมอบให้เขาเป็นเนคไทเส้นหนึ่ง ในขณะที่คลินตันได้มอบของขวัญเล็กๆน้อยๆตอบแทนเธอเป็นจํานวนทั้งสิ้น 18 ชิ้น ตลอดช่วงเวลาที่สายสัมพันธ์ของทั้งสองยังดําเนินอยู่

กระทั่งในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1995 ระหว่างเทศกาลปีใหม่ ลิววินสกีก็เริ่มทําให้คลินตันรู้สึกอึดอัดที่เธอเริ่มแสดงตัวว่ามีความผูกพันกับเขาอย่างลึกซึ้งชัดเจนขึ้น เมื่อเธอแสดงอาการน้อยอกน้อยใจเขาที่เริ่มเหินห่างจากเธอตอนพบกันในห้องอาหารส่วนตัวของประธานาธิบดีในวันนั้น ด้วยวิธีการแกล้งถามเขาว่าเธอชื่ออะไร ซึ่งลิววินสกีกล่าวกับเขาว่าที่เธอถามเช่นนี้ก็เพราะเธอรู้สึกว่าคลินตันเริ่มจะลืมเลือนเธอไปแล้ว โดยตลอดช่วงเวลา 1 เดือนครึ่งตั้งแต่ที่ทั้งสองเริ่มมีความสัมพันธ์กัน นั้น คลินตัน กับ ลิววินสกี ได้พบและมีสัมพันธ์กัน 3 ครั้ง

กระทั่งหลังจากที่ลิววินสกีแสดงอาการน้อยอกน้อยใจครั้งนั้นแล้ว พอถึงวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1996 คลินตันก็เรียกเธอเข้าไปพบเป็นครั้ง 4 ซึ่งเวลานั้น ลิววินสกี ยังอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์ของเธอเอง เธอจึงต้องรีบรุดมาทําเนียบขาวและตรงไปยังห้องทํางานรูปไข่ หรือ โอวัล ออฟฟิศ (Oval Office) ห้องทํางานส่วนตัวประจําตําแหน่งประธานาธิบดี แล้ววันนั้นทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กันอีกครั้ง จากนั้นก็มีการพบกันอีกเป็นครั้งที่ 5 ในวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1996 เมื่อคลินตันบังเอิญพบลิววินสกีตรงหน้าลิฟต์ แล้วเขาชักชวนเธอเข้าไปหาที่ห้องทํางานรูปไข่อีกครั้ง

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996 คลินตันได้กดโทรศัพท์เรียกจากห้องทํางานของเขาไปที่โต๊ะของลิววินสกีในออฟฟิศทีมงานทําเนียบขาวเรียกตัวเธอเข้าไปพบ ครั้งนั้นนับเป็นความสัมพันธ์ครั้งที่ 6 และถือว่าเป็นการอยู่ด้วยกันตามลําพังที่ใช้เวลานานที่สุดนับแต่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอีกด้วย โดยใช้เวลานานถึง 45 นาที แต่แล้วในการพบกันครั้งที่ 7 ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996 คลินตันก็เริ่มแสดงความกังวลใจในความสัมพันธ์ของทั้งสองให้เห็นเป็นครั้งแรกนับจากที่มีความสัมพันธ์กันวันนั้น คลินตันโทรศัพท์ไปหาลิววินสกีที่อะพาร์ตเมนต์ให้มาหาเขาที่ห้องทํางานส่วนตัวในทําเนียบขาวอีกครั้ง แล้วเขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องความไม่สบายใจในความสัมพันธ์ของทั้งสอง

เขาเริ่มเกิดความกลัวว่าเรื่องนี้อาจจะรั่วออกไปถึงฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในช่วงเวลานั้นกําลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 เขาจึงเอ่ยกับลิววินสกีว่าต้องการที่จะหยุดความสัมพันธ์นี้ แต่แล้วตัวคลินตันเองกลับไม่สามารถที่จะหยุดความสัมพันธ์นี้ลงได้จริง ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1996 เขาได้กดโทรศัพท์ไปที่โต๊ะทํางานของเธออีกครั้ง โดยบอกให้ลิววินสกีทําทีเป็นขนเอกสารเข้าไปให้เขาที่ห้องทํางานรูปไข่เพื่อเป็นการบังหน้า การพบกันครั้งนั้นนับเป็นความสัมพันธ์ครั้งที่ 8 กระทั่งในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ.1976 ลิววินสกีก็ได้รับข้อเสนอให้ออกจากทีมบริหารทําเนียบขาว โดยคลินตันได้ขอให้ เอเวอลีน ลีเบอร์แมน (Evelyn Lieberman) หัวหน้าทีมทํางานในทําเนียบขาวช่วย หาตําแหน่งใหม่ให้เธอไปทํางานที่ เพนตากอน (Pentagon) หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯโดยได้รับตําแหน่งเป็นผู้ช่วยของ เคน เบคอน (Ken Bacon) ซึ่งเป็นโฆษกของเพนตากอน

เนื่องจากคลินตันเริ่มเกิดความวิตกมากขึ้นว่าความสัมพันธ์ของเขากับเธอจะระแคะระคายไปถึงคนอื่นและสร้างปัญหาให้กับการเลือกตั้งที่กําลังจะมีขึ้น แต่เขาก็ให้สัญญาว่าภายหลังการเลือกตั้งผ่าน ไปแล้วเขาก็จะให้เธอได้กลับมาทํางานที่ทําเนียบขาวตามเดิม ลิววินสกีจึงได้ยินยอมไปทํางานที่ เพนตากอนโดยไม่บิดพลิ้ว กระทั่งถึงวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1996 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ตรงกับเทศกาลอีสเตอร์ในวันนั้น ลิววินสกีได้ไปหาคลินตันที่ห้องทํางานส่วนตัวอีกครั้ง เป็นการพบกันครั้งที่ 9 ที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ในระหว่างที่อยู่ด้วยกันตามลําพังนั้นทั้งสองก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์จาก ดิค มอร์ริส (Dick Morris) ที่ปรึกษากฎหมายของคลินตันเอง และไม่นานจากนั้นทั้งสองก็ถูกขัดจังหวะอีกครั้งเมื่อมีสายจากผู้ช่วยของเขาคือ แฮโรลด์ ไอค์ส (Harold Ickes) เรียกเข้ามาขอให้เขาออกไปปรึกษางานด่วน คลินตันจึงต้องรีบผลุนผลันออกจากห้องทํางานไปโดยมี ลิววินสกีติดตามออกมาในภายหลัง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet