ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ลับระหว่างประธานาธิบดีคลินตันกับลิววินสกี ตอนที่ 3

ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ลับระหว่างประธานาธิบดีคลินตันกับลิววินสกี ตอนที่ 3

ในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1997 กลางดึกคืนนั้น คลินตันได้โทรศัพท์ไปหาลิววินสกีอีก โดยบอกเธอว่าเขากําลังขอให้ทีมงานที่ทําเนียบขาวเร่งหางานใหม่ที่เหมาะสมให้กับเธออยู่ ขอให้เธอใจเย็นรอสักหน่อย และเธอก็รอจนกระทั่งถึงวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1997 เรื่องก็เงียบไปอีก ลิววินสกีจึงโทรศัพท์ไปถาม เบ็ตตี เคอร์รี เลขาของคลินตันอีกครั้งเพื่อทวงถาม และได้คําตอบว่าคลินตันน่าจะให้เธอไปทํางานที่สํานักงานสหประชาชาติในนิวยอร์ก โดยหลังจากนั้นลิววินสกีก็พยายามขอคํายืนยันจากคลินตันด้วยการเขียนจดหมายไปสอบถามเขาเอง กระทั่งในวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1997 คลินตันก็โทรศัพท์ไปหาเธอเพื่อบอกเรื่องนี้ แต่แล้วทั้งสองก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้น

รวบรวมพยานและหลักฐาน เล่นงานประธานาธิบดีคลินตัน

โดยลิววินสกีต่อว่าคลินตันว่าไม่ได้สนใจที่จะช่วยเธอจริง ปล่อยให้เธอเที่ยวไปถามใครต่อใครเอง แล้วยังพยายามจะผลักไสเธอไปให้ไกลๆอีก และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง สถาบันรัตเธอร์ฟอร์ด (Rutherford Institute) ซึ่งเป็นผู้จัดหาทนายให้กับคดีของ พอลา โจนส์ ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ไม่ปรากฏนามเผยว่ามีผู้แอบอัดเทปการสนทนาซึ่งแฉถึงเรื่องคาวๆระหว่างประธานาธิบดีคลินตัน กับ โมนิกา ลิววินสกี เอาไว้ ซึ่งผู้ที่ทราบเรื่องนี้น่าจะเป็นใครคนใดคนหนึ่งที่รู้เรื่องการอัดเทปนี้ที่นอกจาก ลินดา ทริปป์ กับ ลูเซียนน์ โกลด์เบิร์ก แล้วก็ยังมีบุตรชายของ ลูเซียนน์ โกลด์เบิร์ก คือ โจนาห์ โกลด์เบิร์ก (Jonah Goldberg) ที่เป็นผู้ดูแลกิจการร่วมกับมารดาอีกคนซึ่งอยู่ในวงประชุมวันนั้นด้วย

นอกจากนี้ยังมี ไมเคิล อิซิคอฟฟ์ (Michael Isikoff) ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ของนิวส์วีคที่เป็นผู้เปิดประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างคลินตันกับ แคธลีน วิลลีย์ ลงในนิวส์วีคก็ทราบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยทุกคนต่างก็ได้เห็นและได้ฟังเทปที่ ลินดา ทริปป์ แอบบันทึกไว้ด้วยกันทั้งสิ้น และพอถึงวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1997 ลิววินสกีก็เดินทางไปพบกับ บิลล์ ริชาร์ดสัน (Bit Richardson) ทูตประจําสหประชาชาติในเวลานั้นที่อาคารวอเตอร์เกต (Watergate) เพื่อจะสัมภาษณ์งานและได้เริ่มงานในวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997

แต่ลิววินสกีก็ไม่ได้ตกลงใจที่จะทํางานในทันที เนื่องจากเธอหวังว่าจะได้งานที่ดีกว่านี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอได้ขอให้คลินตันติดต่อไปที่ เวอร์นอน จอร์แดน (Vernon Jordan) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง โดยเธอทราบมาว่าจอร์แดนผู้นี้มีอิทธิพลทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจเนื่องจากมีพวกพ้องมาก

เธอจึงหวังว่าเพื่อนของคลินตันผู้นี้จะสามารถหางานดีๆให้ตามที่เธอต้องการได้ กระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 ลิววินสกีก็ได้รับโทรศัพท์จากจอร์แดนเรียกเธอไปพบ เมื่อ จอร์แดนถามถึงงานที่เธออยากทํา ลิววินสกีจึงได้มอบรายชื่อของงานและสถานที่ที่เธออยากจะเข้าไปทํางานด้วยอย่างยาวเหยียดแก่เขา ซึ่งจอร์แดนก็รับปากว่าจะจัดการให้ตามที่ขอ

ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 ลิววินสกีได้ไปพบกับคลินตันที่ทําเนียบขาวอีกครั้งหนึ่ง วันนั้น คลินตันต้องให้การต้อนรับแขกคนสําคัญคือ เออร์เนสโก เซดิลโล (Ernesto Zedito) ประธานาธิบดีเม็กซิโกในเวลานั้น แต่ เบ็ตตี เคอร์รี ก็แอบพาเธอขึ้นไปพบกับคลินตันที่ห้องทํางานส่วนตัวโดยทางบันใดหลังเพื่อหลบใครๆในทําเนียบขาว

การพบกันวันนั้นลิววินสกีตั้งใจจะขอบคุณ คลินตันที่ช่วยเหลือเธอในเรื่องงานและมอบของขวัญชิ้นหนึ่งให้ จากนั้นเธอจึงโผเข้าจูบคลินตัน อย่างรวดเร็ว และเมื่อเสร็จธุระแล้วคลินตันก็รีบรุดออกจากห้องไปเพื่อเข้าร่วมในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับประธานาธิบดีเม็กซิโก

ส่วนทางด้านคดีของ พอลา โจนส์ นั้น ภายหลังจากที่ ลินดา ทริปป์ ได้นําเรื่องที่เธอทราบเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวของคลินตันไปบอกกับนิวส์วีคแล้ว ฝ่ายทนายของ พอลา โจนส์ จึงได้ขอหมายศาลให้นําทริปป์ขึ้นให้การในคดีด้วย เธอจึงถูกเรียกตัวเข้าไปให้การในวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 และหลังจากที่ ลินดา ทริปป์ ได้ให้การในสิ่งที่เธอทราบมาทั้งหมดเกี่ยวกับกรณีของ พอลา โจนส์ แล้ว ทนายของ พอลา โจนส์ ยังได้ขอให้เชิญตัว โมนิกา ลิววินสกี มาให้ปากคําอีกผู้หนึ่งด้วย โดยอ้างว่าลิววินสกีสามารถให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ได้อีกผู้หนึ่ง

กระทั่งในวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ลิววินสกีก็ได้พบกับคลินตันอีกครั้งที่ทําเนียบขาว ซึ่งในวันนั้นมีการจัดงานเลี้ยงภายในขึ้น และวันนั้นลิววินสกีก็แอบส่งโน้ตให้คลินตันบอกว่าเธอยังมีของขวัญให้เขาอีกชิ้นหนึ่งซึ่งเธอก็ได้นํามามอบให้เขาในวันต่อมา แต่วันนั้นทั้งสองไม่ได้พบกันแต่อย่างใด เพราะ เบ็ตตี เคอร์รี ได้กันเธอไว้ก่อน เนื่องจากคลินตันกําลังติดพันกับทีมกฎหมายอยู่ ลิววินสกีจึงขอนั่งรอ แต่ก็รออยู่ได้ไม่นานเธอจึงขอตัวกลับก่อน โดยบอกกับเคอร์รีว่าจะโทรกลับมาหาเขาใหม่ ในภายหลัง

ในวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ในที่สุดงานซึ่งลิววินสกีเฝ้ารอจาก เวอร์นอน จอร์แดน ก็ได้รับคําตอบ จอร์แดน เรียกเธอให้ไปพบและเสนองานให้เธอเลือก 3 แห่ง คือที่ ยัง แอนด์ รูบิแคม (Young & Rubicam) ที่ แมคแอนดรูว์ส แอนด์ ฟอร์บส โฮลดิงส์ (MacAndrews & Forbes Holdings) และที่ อเมริกัน เอ็กเพรสส์ (American Express) และการพบกันในครั้งนั้น เวอร์นอน จอร์แดน ยังได้ตักเตือนลิววินสกีว่าเธอกําลังจะสร้างปัญหาขึ้นมา เพราะเขาสังเกตเห็นว่าเธอกําลังหลงรักประธานาธิบดีคลินตันเข้าจริงๆแล้ว เขาขอให้เธอหยุดเสีย

กระทั่งในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ทีมทนายของ พอลา โจนส์ จึงแจ้งให้คลินตันทราบอย่างเป็นทางการว่ากรณีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ โมนิกา ลิววินสกี จะถูกนําขึ้นมาเบิกความในศาลด้วย เรื่องนี้ทําให้คลินตันตกใจเป็นอย่างมาก จนต้องรีบเรียกทีมกฎหมายของเขาเข้ามาวางแผนรับมือเป็นการด่วน

หลังจากนั้นอีก 2 วัน คลินตันก็โทรศัพท์ไปหาลิววินสกี บอกเธอให้ทราบว่าเธอจะถูกเรียกตัวไปเป็นพยานในศาลเพื่อใช้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเธอมาเล่นงานเขาในคดี พอลา โจนส์ โดยบอกกับเธอด้วยว่าถ้าหากได้รับการติดต่อจากทนายของ พอลา โจนส์ เมื่อใด ก็ให้ รีบโทรไปหา เบ็ตตี เคอร์รี ในทันที จากนั้นในวันรุ่งขึ้นลิววินสกีก็เดินทางไปสัมภาษณ์งานที่ แมคแอนดรูว์ส แอนด์ ฟอร์บส โฮลดิงส์ กับอีกที่ที่ เวอร์นอน จอร์แดน เลือกเพิ่มให้คือ เบอร์สัน-มาร์สเทลเลอร์ (Burson-Marsteller) (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet