ความพยายามก้าวขึ้นไปสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจของเกาหลีเหนือ ตอนที่ 2

ความพยายามก้าวขึ้นไปสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจของเกาหลีเหนือ ตอนที่ 2

การพัฒนาด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือยังคงดําเนินต่อไปควบคู่กับการพัฒนาขีปนาวุธรุ่นใหม่ภายใต้การบัญชาการของ คิม จอง-อิล ผู้นําใหม่ ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปเรื่อยๆทั้งที่มีกรอบข้อตกลงที่ทํากันไว้ในปี ค.ศ. 1994 เรื่องที่เกาหลีเหนือจะไม่ใช้พลูโตเนียมในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ กระทั่งในปี ค.ศ. 1996 ได้มีความสงสัยว่าเกาหลีเหนือยังคงมีการผลิตพลูโตเนียมขึ้นมาเพื่อใช้กับพลังงานนิวเคลียร์อยู่ โดยไม่เป็นไปตามกรอบข้อตกลงที่ทํากันไว้ จึงมีการเตือนจาก ไอเออีเอ ให้เกาหลีเหนือแสดงความบริสุทธิ์ใจในเรื่องนี้ แต่เกาหลีเหนือก็ยังคงเพิกเฉย และลอบทําการพัฒนาของตนต่อไปจนกระทั่งรุดหน้าไปอีกหลายก้าว

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ

ในปี ค.ศ. 1998 เกาหลีเหนือก็ประสบความสําเร็จในการทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง แทโปดอง-1 (Taepodong-1) เป็นครั้งแรก ที่มีระบบนําร่องคือดาวเทียมกวางเมียงซอง-1 (Kwangmyongsong-1) ซึ่งถูกส่งขึ้นไปในวันเดียวกัน ขีปนาวุธลูกนี้ถูกยิงข้ามประเทศญี่ปุ่นลงไปตกในมหาสมุทรฝั่งตะวันออกนอกชายฝั่งทะเล ทําให้มีการประท้วงจากรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกเช่นกัน ความสําเร็จครั้งนี้ยิ่งทําให้สหรัฐอเมริกาเกิดความระแวงว่าเกาหลีเหนือจะยิ่งเหิมเกริมและทดลองอาวุธที่ร้ายมากยิ่งขึ้น จึงเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ทําให้เกาหลีเหนือต้องยินยอมเซ็นสัญญาที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ในปี ค.ศ. 1999 ยอมที่จะไม่ทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกล และยอมให้เจ้าหน้าที่ ไอเออีเอ เข้าไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตร

แต่แล้วในปี ค.ศ. 2002 สหรัฐอเมริกาก็จารกรรมข้อมูลมาได้อีกว่าเกาหลีเหนือยังคงลักลอบพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อผลิตหัวรบนิวเคลียร์ต่อไปในฐานลับแห่งหนึ่ง จึงได้ออกมาฟ้องต่อสาธารณะ เป็นเหตุให้เกาหลีเหนือขับไล่เจ้าหน้าที่ ไอเออีเอ ออกจากประเทศไปอีกครั้ง และก็ด้วยเหตุนี้เช่นกันที่ทําให้ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) ประธานาธิบดีสหรัฐฯเวลานั้น ซึ่งเพิ่งจะประกาศสงครามต่อต้านการก่อการร้าย และส่งทหารบุกเข้าไปอัฟกานิสถานเพื่อกําจัดกลุ่ม อัล เคดา และ ตาลีบัน มาหมาดๆจากสาเหตุที่กลุ่มก่อการร้ายในสังกัดของ อัล เคดา ทําการจี้เครื่องบินชนอาคาร เวิร์ลดเทรด เซ็นเตอร์ และอาคารเพนตากอน ในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 จึงได้นําเกาหลีเหนือเข้าไปรวมอยู่ในรายการศัตรูที่ต้องกําจัดด้วย โดยถึงกับประณามเกาหลีเหนือในการแถลงนโยบายประจําปี สเตท ออฟ เธอะ ยูเนียน (State of the Union) ว่าเป็น “อักษะแห่งความชั่วร้าย (Axis of Evil)” 1 ใน 3 ประเทศที่ประธานาธิบดีบุชกล่าวประณามอย่างรุนแรงในเวลานั้น ซึ่งอีก 2 ประเทศก็คืออิหร่าน และอิรัก

นับจากปี ค.ศ. 2002 ไปจนกระทั่งถึง ค.ศ. 2005 จึงเริ่มเกิดสงครามน้ำลายโต้ตอบกันไปมาอย่างเผ็ดร้อนระหว่าง คิม จอง-อิล ผู้นําเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐฯ คิม จอง-อิล ถึงกับเรียก บุช ว่า “ฮูลิแกน (Hooligan)” หรือพวกอันธพาล ส่วน บุช ก็ตอบโต้กลับด้วยการเรียก คิม จอง-อิล ว่า “ทรราชย์” กระทั่งภายหลังจึงมีการขอให้จีนและรัสเซีย สองชาติที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนแก่เกาหลีเหนือในด้านต่างๆเข้ามาช่วยเป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ยให้เกาหลีเหนือยกเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เสีย ซึ่งทั้งสองชาติก็แบ่งรับแบ่งสู้บ้างหรือยอมกดดันเกาหลีเหนือแบบเบาๆบ้าง โดยสลับไปกับการให้ฝ่ายต่างๆเข้าไปเจรจากับผู้นําเกาหลีเหนือ แต่ก็ไม่เคยได้ผลคืบหน้าอะไรมากนัก

กระทั่งต่อมาสหรัฐอเมริกาก็ข่มขู่เกาหลีเหนืออีกครั้งว่าจะให้นานาชาติคว่ำบาตรยกเลิกความช่วยเหลือและเลิกค้าขายด้วย เมื่อไม่ได้ผลสหรัฐฯก็ยื่นคําขาดว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนืออย่างเด็ดขาดและหยุดส่งพลังงานเชื้อเพลิงให้ ทําให้เกาหลีเหนือต้องยอมให้เจ้าหน้าที่จากนานาชาติเข้าไปสังเกตการณ์การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ตามเดิม แต่พอนานาชาติจะขอเข้าไปตรวจสอบฐานปฏิบัติการณ์ที่ยองเบียนในจุดที่สงสัยว่าจะมีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่นั่น เกาหลีเหนือก็ปฏิเสธอีก จนในที่สุดเกาหลีเหนือก็ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกประเทศผู้ไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ หรือเอ็นพีที อีกจนได้

ทดลองอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จเป็นครั้งแรก

ทดลองอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จเป็นครั้งแรก

ความพยายามกดดันต่างๆนานาดําเนินไปตลอดแต่ก็ไม่เคยประสบผลสําเร็จ ขณะเดียวกันเกาหลีเหนือก็ยังเดินหน้าโครงการของตนต่อไป กระทั่งในที่สุดในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006 เกาหลีเหนือก็ออกมายอมรับอย่างชัดเจนว่าตนมีแผนในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตจริง โดยอ้างเหตุผลของการดําเนินโครงการนี้ด้วยการโทษไปที่สหรัฐฯและนานาชาติว่าเป็นผู้คุกคาม อิสรภาพของเกาหลีเหนือก่อนจึงต้องดําเนินโครงการนี้เพื่อจะป้องกันตนเอง

ไม่กี่วันต่อมา สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) หรือ ยูเอ็นเอสซี (UNSC) ก็จัดประชุมเรื่องนี้และออกแถลงข่าวเตือนเกาหลีเหนือว่าการทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้นถือเป็นการคุกคามความสงบสุขของโลก แต่ก็ดูเหมือนการเตือนของ ยูเอ็นเอสซี จะเป็นการผิวปากใส่สายลมมากกว่า เพราะอีกเพียง 3 วันต่อมาเกาหลีเหนือก็ออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงความสําเร็จของทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2006

การทดลองครั้งนั้นเป็นการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินที่ฐานปฏิบัติการลับแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองฮวาเดรี จังหวัดฮัมเกียงเหนือ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ โดยศูนย์เตือนภัยแผ่นดินไหวของสหรัฐอเมริกาสามารถจับสัญญาณได้ว่ามีแรงระเบิดขนาดประมาณน้อยกว่า 1 กิโลตัน สันนิษฐานว่าเป็นนิวเคลียร์ขนาดเล็กแต่ก็มีอานุภาพที่เทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นทีขนาด 500 เมตริกตัน และจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งนั้นจึงทําให้สหรัฐอเมริกาต้องเสนอต่อที่ประชุม สหประชาชาติว่าควรจะมีมติลงโทษเกาหลีเหนือทั้งทางด้านการกักเส้นทางการเงินและการค้าในทันที แต่ก็มีเพียง 2 ประเทศคือจีนและรัสเซียเท่านั้นที่เห็นว่ายังไม่ควรจะลงโทษรุนแรงถึงเพียงนั้น

ในเวลาต่อมาได้มีการเสนอให้จัดการเจรจา 6 ฝ่ายขึ้น โดยให้ชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหานิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือมานั่งโต๊ะเจรจากัน โดยชาติทั้ง 6 นี้มีเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ให้เริ่มเจรจากันในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยเป้าหมายหลักในการเจรจานั้น ทุกฝ่ายได้กดดันให้เกาหลีเหนือยกเลิกการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ และปิดฐานปฏิบัติการยองเบียนลงเสียเพื่อแลกกับการส่งสาธารณูปโภคโดยเฉพาะพลังงานเชื้อเพลิงให้ตามปกติ

การเจรจามีขึ้นหลายรอบซึ่งก็ไม่สามารถจะหาข้อยุติได้ แต่เกาหลีเหนือก็ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของไอเออีเอ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่จากนานาชาติและนักข่าว เข้าไปตรวจสอบฐานปฏิบัติการยองเบียนอีกครั้งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งบรรยากาศต่างๆก็น่าจะเดินไปในทิศทางที่ดีแล้ว และสหรัฐอเมริกาก็ได้ปลดรายชื่อเกาหลีเหนือออกจากการเป็นประเทศผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายแล้ว

แต่แล้วเดือนเมษายน ค.ศ. 2009 เกาหลีเหนือก็ส่งดาวเทียมกวางเมียงซอง-2 (Kwang myongsong-2) ที่ถูกอ้างว่าเป็นดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร แต่นานาชาติโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นที่กําลังนั่งเจรจา 6 ฝ่ายกันอยู่กลับไม่เชื่อว่าเป็นดาวเทียมสื่อสาร น่าจะเป็นดาวเทียมชี้เป้าเช่นเดียวกับดวงก่อนจึงมีการประท้วงขึ้น กระทั่งในที่สุดเกาหลีเหนือก็ถอนตัวออกจากการเจรจา 6 ฝ่ายและขับไล่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบออกจากประเทศไปอีกครั้งหนึ่ง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet